"การศึกษาต้องมาก่อน" รัฐมนตรี “ประเสริฐ”ประเดิมข้อสั่งการแรกหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย งัดมาตรการด่วนช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ สั่งโรงเรียนผ่อนปรนกฎระเบียบและขอความร่วมมือลดค่าใช้จ่ายทันที
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "รมว.ศร. มีข้อสังการแรก เรื่อง อารตกรุ้คาอยระอยร 3 แนวทางหลัก 1. ปลดล็อกระเบียบสถานึกษา (ลดค่าใช้จ่ายทันที) คาบำรุงการศึกษา ลด ผ่อน ลูกเสือ-เนตรนาธี ไม่ต้องซื้อเต็มชุด ชุดนักเรียน ใส่ชุดเดิมได้ บ้ายเลื่อนชั่น เพิ่ยวันใส ชุดพละ/ไปรเวท รองเ้า/กระเป๋า การปักเสื้อ ใส่รองเท้าเดิม ที่สุภาพ มม่นังคัมตรา ผ้าผูกคอ+หมวก ใช้แค่ ไม่ต้องมิกสื่อนักเรียน ปต้องปักซื่อนักเรียน "อักษรย่อโรงเรียน" lace ละคมอามแงลดต่อข้งมูง มอ.โรงเรียน มีอำนาว ออกมาตรการ ช่วยเหลือเพิ่มเติม 2. คุมราคาอุปกรณ์การเรียน หนังสือ แบบเรียน เครื่องเขียน จำหน่ายใน "ราคาควบคุม" เน้นของจำเป็นจริง 3. บูรณาการทั้งรัฐบาล ร่วมมือหลายกระทรวง ลดราคาสินค้าอุปุโภคบริโภค ทั้งระบบ "การศึกษาต้องมาก่อน" เป้าหมาย 1. 2. ン ลด ค่าใช้จ่ายผู้ปกครองทันที ทำให้ "ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้" 3. ป้องกันเด็กหลดจากระบบการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ Ministry กระรวพสำษารสิกธ f Education ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐนตร์ว่าการกระกรวงศึกษา ศิธ. 360 อิงคา"
"การศึกษาต้องมาก่อน" รัฐมนตรี “ประเสริฐ”ประเดิมข้อสั่งการแรกหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย งัดมาตรการด่วนช่วยผู้ปกครองสู้ค่าครองชีพ สั่งโรงเรียนผ่อนปรนกฎระเบียบและขอความร่วมมือลดค่าใช้จ่ายทันที
ภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าขับเคลื่อน "วาระเร่งด่วนที่สุด" เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ปกครองในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน โดยประกาศ 3 มาตรการสำคัญ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและทลายกำแพงข้อจำกัด มุ่งเป้าให้เด็กไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องและต้องไม่มีอุปสรรคทางการเงินมาขวางกั้น
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กฎระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกายหรือค่าใช้จ่ายแฝง จะต้องไม่เป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงได้ออก "ข้อสั่งการแรก" ที่มุ่งเน้นการลดภาระผู้ปกครองอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถทำได้ทันที โดยแบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก ดังนี้
1. ปลดล็อกระเบียบสถานศึกษาที่ไม่จำเป็น หั่นค่าใช้จ่ายทันที
ขอความร่วมมือสถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมอนุโลมให้ผ่อนผันการชำระเงินได้ นอกจากนี้ ยังปรับลดข้อบังคับด้านเครื่องแต่งกายให้มีความยืดหยุ่น เพื่อลดการซื้อใหม่ให้มากที่สุด ได้แก่
- ชุดนักเรียน: อนุโลมให้ใส่ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และให้โรงเรียนพิจารณาเพิ่มสัดส่วนวันใส่ชุดพละหรือชุดไปรเวทสุภาพ
- ชุดลูกเสือ-เนตรนารี: ไม่บังคับซื้อชุดเต็มยศ อนุโลมให้ใส่เพียง "ผ้าผูกคอและหมวก" ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้
- กระเป๋าและรองเท้า: ไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีตราโรงเรียน แต่สุภาพ สามารถใช้ของเดิมหรือแบบใดก็ได้ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
- การปักเสื้อนักเรียน: ขอความร่วมมือเปลี่ยนจากการปักชื่อ-นามสกุลเต็ม เป็นการปักเพียง "อักษรย่อโรงเรียน" เพื่อลดค่าปัก ยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้า และยังสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน: สามารถออกแบบกิจกรรมและออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างอิสระ โดยยึดประโยชน์ของนักเรียนเป็นที่ตั้ง
2. จัดหาและตรึงราคาอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น
มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เข้ามาดูแลการจัดหาหนังสือ แบบเรียน เครื่องเขียน และอุปกรณ์การเรียน นำมาจัดจำหน่ายใน "ราคาควบคุม" โดยเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นต่อการเรียนรู้จริง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองให้ตรงจุด
3. บูรณาการข้ามกระทรวง แก้วิกฤตค่าครองชีพระดับมหภาค
ศธ. เร่งประสานงานทำงานร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานรัฐอื่น ๆ อาทิ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมกันออกแบบมาตรการลดค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมด้านอื่น ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงมือทุกครอบครัวอย่างแท้จริง
ข้อมูล : สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ